แหวนทองเหลือง เป็นพระนิพนธ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์แล้วอีก 4 ครั้ง
โดยครั้งแรกในรูปแบบภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2516 สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ทรงกำกับการแสดง นำแสดงโดย ไชยา สุริยัน, นัยนา ชีวานันท์, เยาวเรศ นิสากร, อดุลย์ ดุลยรัตน์, เชาว์ แคล่วคล่อง ใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปีเศษและนำออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์ [1]
และต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นละครครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529 ทางช่อง 7 ผลิตโดย ดาราวิดีโอ นำแสดงโดย อภิชาติ หาลำเจียก, นาท ภูวนัย, อัศวิน รัตนประชา, นาถยา แดงบุหงา, เยาวเรศ นิสากร, เกษศริน พูลลาภ, คมสัน สุริยา ออกอากาศทุกวันศุกร์-เสาร์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2529 - 4 มกราคม พ.ศ. 2530 โดยทางช่อง 7 มีการปรับผังใหม่เป็น ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เริ่มวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2530 เสนอเป็นตอนอวสานพอดี
ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2538 ทางช่อง UTV ผลิตโดย ณัฐเดช เอนเตอร์เทนเม้นท์ นำแสดงโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร, อภิรดี ภวภูตานนท์, ภานุเดช วัฒนสุชาติ, ตฤณ เศรษฐโชค, รัญญา ศิยานนท์, ไมเคิล พูพาร์ท
ครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2547 ทางช่อง 7 ผลิตโดย ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น นำแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, กมลชนก โกมลฐิติ, เขตต์ ฐานทัพ และ จีรนันท์ มะโนแจ่ม ออกอากาศทุกวัน เวลา 18.30 - 19.25 น. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2547 - 23 เมษายน พ.ศ. 2547 [2]
และครั้งที่ 4 ในปี พ.ศ. 2558 ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ผลิตโดย บริษัท ศรีคำรุ้ง โปรดักชั่น จำกัด กำกับการแสดงโดย จิระวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา บทโทรทัศน์โดย นิติกร นำแสดงโดย วันชนะ สวัสดี, สาวิกา ไชยเดช, จิระ ด่านบวรเกียรติ และ ษริกา สารทศิลป์ศุภา ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 08.00 - 09.00 น. และออกอากาศรีรันให้ชมอีกครั้งในเวลา 12.30 - 13.30 น. , 19.50 - 20.50 น. , เวลา 01.15 - 02.15 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2558 [3]
เรื่องย่อ
กฤษฎา ดำรงค์พร กับญาติ ๆ เดินทางไปเที่ยวดอยติ โดยมีกำนันปานพ่อของ ดวงใจ คุ้มเกิด เป็นคนต้อนรับขับสู้ และแล้วความรักของกฤษฎากับดวงใจก็เกิดขึ้นที่ดอยติถึงขั้นได้เสียกัน โดยกฤษฎาสัญญาว่า จะไปขอดวงใจกับพ่อกำนัน แต่ว่าพอวันรุ่งขึ้นกฤษฎาก็ได้รับโทรเลขด่วนให้เดินทางกลับกรุงเทพฯ จึงไม่ได้พูดจากเรื่องแต่งงานกันกับพ่อกำนัน แต่กฤษฎาได้มอบล๊อตเก็ตต้นตระกูลให้ดวงใจไว้เป็นประกันความรัก ส่วนดวงใจนั้นก็มีเพียง แหวนทองเหลือง ไร้ราคามอบให้กฤษฎาสวมไว้ โดยกฤษฎาบอกว่า หากเห็นแหวนทองเหลืองที่นิ้ว ก็หมายว่าหัวใจเขามีดวงใจเพียงคนเดียว
ต่อมาพ่อกำนันรู้เรื่องว่าดวงใจท้องกับกฤษฎาก็โกรธแต่ก็ไม่อาจจะไปสู้หน้าท่านเจ้าคุณ พ่อของกฤษฎาผู้มีพระคุณไม่จึงจับดวงใจขังไว้ในบ้านและจะให้แต่งงานกับผู้มีอันจะกินของหมู่บ้านแทน พอถึงวันแต่งงาน ดวงใจซึ่งถูกมัดล่ามโซ่ไว้ ก็เชือดส้นเท้าตัวเองรูดโซ่ออก กระโดดหน้าต่างหนีไปเพราะรักมั่นในกฤษฎาคนเดียวเท่านั้นระหว่างทางก็แลกชุดแต่งงานกับชุดของชาวบ้านที่กำลังท้องและเพราะไม่มีเงินติดตัวมาเลยก็เลยเดินทางตามทางรถไฟมุ่งหน้าจะไปหากฤษฎาคนรักที่กรุงเทพฯ ระหว่างเดินทางนั้น ดวงใจก็เป็นลมหมดสติ ก็มีนายแพทย์รถไฟเขต ที่นั่งรถโยกมาตรวจสุขภาพเจ้าพนักงานกรมรถไฟที่ชื่อ เมตตา มาพบเข้าและพาไปทำคลอด ออกลูกเป็นผู้หญิงและเมื่อรู้ว่า ดวงใจจะไปตามหากฤษฎาที่กรุงเทพฯ ก็เลยอาสาพาไปด้วย
ดวงใจมาพักอาศัยกับนายแพทย์เมตตาซึ่งขณะนั้นกรุงเทพฯ ก็กำลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี ดวงใจตามหากฤษฎานานถึง 3 ปี แต่ก็ไม่พบตัว กระทั่งทราบจากคนรับใช้เก่าแก่ว่า พอกฤษฎากลับมาถึงกรุงเทพฯ ท่านเจ้าคุณพ่อก็สิ้นใจและทิ้งหนี้สินไว้มากมายจนถึงขั้นฟ้องล้มละลาย ส่วนกฤษฎาก็หายสาบสูญไป ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน เมื่อดวงใจรู้ความจริง ก็เสียใจและกลับไปบอกนายแพทย์เมตตา นายแพทย์ซึ่งแอบรักแอบสงสารดวงใจอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยเอ่ยปาก ขอแต่งงานกับดวงใจเอง แต่ดวงใจก็ปฏิเสธเพราะรักยังมั่นในตัวกฤษฎาคนเดียวเช่นเดิมจึงพาลูกน้อยหลบหนีจากไปและไปเป็นขอทานหาเลี้ยงลูกน้อย กระทั่งแม่เล้ามาพบก็ชักชวนให้ไปเป็นหญิงโสเภณี แต่ดวงใจก็ไม่ยอม แม่เล้าจึงยกพวกมารุมข่มขืน ดวงใจเมื่อไม่อาจรักษาความบริสุทธิ์ไว้รอกฤษฎาคนเดียวได้ จึงจำยอมต้องเป็นหญิงโสเภณีโดยนำลูกสาวกลับไปฝากนายแพทย์เมตตาให้เลี้ยงดูแทน
ต่อมาซ่องโสเภณีถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดตายหมด คงเหลือแต่ดวงใจจึงถูกนายทหารญี่ปุ่นชื่อ นาตาเบ นำไปเลี้ยงดูเป็นเมียเช่า แต่เมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง นายทหารญี่ปุ่นก็ต้องเดินทางกลับและเกิดเรืออับปาง ทำให้ดวงใจไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านจนต้องยกเฟอร์นิเจอร์ในบ้านใช้หนี้ทำให้ค้นพบว่าในห้องใต้ถุนมีทองคำจำนวนมากที่นายทหารญี่ปุ่นยักยอกเอาไว้ ดวงใจจึงกลายเป็นเศรษฐีนีใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น หทัยทิพย์ เกิดนพคุณ โดยได้อุปโลกน์หญิงรับใช้คือ เสาวรศ ที่กอดคอดูแลกันมาเป็นพี่สาวและเปิดบริษัทใหญ่โต
ช่วงที่ดวงใจเป็นเศรษฐีนี้เอง สิ่งที่ดวงใจตามหามาตลอดชีวิตก็ปรากฏขึ้น ขณะที่เธอนั่งรถเก๋งคันโตมาทำงาน เผอิญรถไปเชี่ยวชนกับชายคนหนึ่งล้มลง เมื่อคนรถลงไปดู ชายคนนั้นก็รีบบอกว่าไม่เป็นอะไร แล้วจะหันไปขอโทษเจ้าของรถที่ตัวเองเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ ดวงใจถึงกับตะลึงเพราะชายคนคือ กฤษฎา คนที่เธอรักและตามหานั่นเอง เธออุทานเบา ๆ คุณกฤษฎา สีหน้า แววตา ดูอิ่มเอิบเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อมองไปเห็นแหวนทองเหลืองของเธอยังคงสวมอยู่ที่นิ้วมือของกฤษฎา แต่กฤษฎานั่นเล่ากลับจดจำเธอไม่ได้เลย
เธอไปถึงที่ทำงาน ก็รีบไปบอกเรื่องนี้ให้เสาวรศฟัง และจะหาทางมาพบกฤษฎาให้ได้เพื่อถามหาความจริง กฤษฎาถูกเชิญให้มาทำงานที่บริษัทของดวงใจ และเมื่อมีโอกาสอยู่ตามลำพัง ดวงใจก็พยายามเลียบเคียงถามถึงเรื่องคนรักของกฤษฎา กฤษฎาก็เล่าบอกแบบไม่ปิดบัง เขาบอกว่าความจริงว่า เขาเคยมีภรรยาแล้วชื่อ ดวงใจ เป็นสาวงามแห่งดอยติ รักเรากันมาก แต่ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็เพราะเขาไปเป็นเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่นแล้วถูกจับ กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงไปตามหาดวงใจที่ดอยติ ก็ทราบความจริงจากพ่อกำนันว่า ดวงใจตายแล้ว เขาก็เลยเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วมาถูกรถเฉี่ยวชน
นักแสดงนำ
รางวัล
- ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2529
- ละครโทรทัศน์ปี พ.ศ. 2547
อ้างอิง
ลำดับรายการโทรทัศน์